Monday, January 4, 2016

เผยสถิติประชากร Facebook ไทย มากเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน

เผยสถิติประชากร Facebook ไทย มากเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน

    Zocialinc. เว็บไซต์ที่ทำการสำรวจและเปรียบเทียบอัตราการเติบโตของประชากร Facebook ทั้งของทั่วโลก
ได้เผยสถิติเกี่ยวกับประชากร Facebook ทั้งในไทย และทุกประเทศในประชาคมอาเซียน (AEC) ล่าสุด
ณ 17 เมษายน 2558 มาดูกันว่าไทยมีผู้ใช้ facebook ( ประชากร facebook ) มีมากขนาดไหน
Zocialinc ได้สรุปผลสำรวจว่า ประเทศไทยมีประชากร facebook มากเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน อยู่ที่ 35 ล้านบัญชี 
ซึ่งเป็นรองจาก อินโดนีเซีย ที่มีมากถึง 74 ล้านบัญชี และ ฟิลิปปินส์ อยู่ที่ 44 ล้านบัญชี โดยประชากร Facebook
ในประเทศไทยเติบโตขึ้น 34.62% 
ทั้งนี้ ไทยมียอดเติบโตของผู้ใช้ facebook มากเป็นอันดับ 5 ของอาเซียน  
ที่น่าสนใจคือ ประเทศพม่า มียอดผู้ใช้ facebook  เติบโตสูงมากเกือบ 2 เท่า เพราะกำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุน
และกลุ่มคน ที่หวังเข้าไปขยายธุรกิจของตัวเอง

หากแยกเป็นรายจังหวัด จังหวัดที่มีประชากร Facebook หนาแน่นมากที่สุด ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานครฯ 20 ล้านบัญชี
  2. เชียงใหม่ 960,000 บัญชี
  3. นครราชสีมา 780,000 บัญชี
  4. นนทบุรี 600,000 บัญชี
  5. ชลบุรี 540,000 บัญชี

หากแบ่งประชากร facebook เจาะลึกแบบแบ่งเป็นข้อมูลเพศชายหญิงละก็ มีข้อมูลที่น่าสนใจคือ

ประชากร Facebook เพศชาย 17.11 ล้าน บัญชี
- เป็นโสด  3.3 ล้านบัญชี
- กำลังคบหา 1.3 ล้านบัญชี
- สนใจใน เพศตรงข้าม 3.3 ล้านบัญชี
- สนใจ ในเพศเดียวกัน 330,000 บัญชี
ประชากร Facebook เพศหญิง  17.14 ล้าน บัญชี
- เป็นโสด ทั้งหมด 3.5 ล้านบัญชี
- กำลังคบหา 1.4 ล้านบัญชี
- สนใจใน เพศตรงข้าม 2.2 ล้านบัญชี
- สนใจ ในเพศเดียวกัน 662,040 บัญชี 
สำหรับรายละเอียดข้อมูลสรุปภาพรวม สามารถดูได้ที่  www.zocialinc.com/blog/facebook_population_2015/

การย่อ Link ด้วย Bit.ly

การย่อ Link ด้วย Bit.ly


ลิงค์ เว็บ https://bitly.com/
เช่น
ย่อ https://www.youtube.com/watch?v=8hX8uh9BZdc
เป็น  http://bit.ly/1R8qrzO

วิธีย่อชื่อ url ยาวๆ ให้สั้นลง ด้วยบริการย่อ URL จาก Google

วิธีย่อชื่อ URL ยาวๆ ให้สั้นลง ด้วยบริการย่อ URL จาก GOOGLE

หากพูดถึงบริการย่อ url ที่ทำให้ที่อยู่เว็บไซต์ url ยาวๆนี้ มาทำให้สั้นลง เป็นบริการยอดฮิตเพื่อสะดวกในการแชร์
โดยเฉพาะการแชร์เว็บไซต์ผ่านทาง social network อย่าง Instagram และ twitter ที่จำกัดตัวอักษร  คราวนี้จะแนะนำ
บริการย่อ url ยาวๆให้สั้น ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งทาง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ตลอดจนสามารถใช้ผ่านทางแอพบน Android
ได้ด้วย

บริการที่แนะนำให้ลองใช้ มีชื่อว่า Google url shortener ซึ่งเป็นบริการย่อ URL ให้สั้นลง ให้บริการโดย Google  หากคุณใช้
คอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊ค และเน็ตบุ๊ค ละก็ สามารถเปิดเว็บบราวเซอร์ แล้วเข้าไปใช้บริการ Google url shortener  ได้ที่ 
www.goo.gl 
วิธีการใช้งาน เพียงแค่วางที่อยู่ url ยาวๆ มาใส่ในช่อง Paste your long URL here: แล้วคลิกที่shorten URL ก็จะได้ URL สั้นๆนี้ทันที
เช่น 
goo.gl/JJd66g  เป็นต้น  ไว้ไปแชร์ผ่านทาง social network ต่างๆได้เลย

แต่ถ้าคุณทำการ sign in ด้วย google account แล้วละก็  จะมีรายชื่อ url ต่างๆ ที่คุณเคยนำ url มาย่อบน goo.gl ปรากฎให้ดูด้วย 
ซึ่ง
สามารถคลิกที่ detail เพื่อดูจำนวนคลิกในรูปแบบกราฟต่างๆได้ และรู้ได้อีกว่ามีคนคลิกจากประเทศไหนบ้างด้วย (คลิกที่นี่เพื่อดูตัวอย่าง)
มาคราวนี้หากคุณใช้มือถือ หรือแท็บเล็ต Android อยู่ละก็ คุณสามารถใช้บริการ ย่อ url ให้สั้นๆ ได้ผ่านแอพ Google URL Shortener 
สามารถโหลดได้ฟรีผ่านทาง Play Store
วิธีการใช้  >> เพียงเปิดแอพ  Google url shortener บนมือถือหรือแท็บเล็ต Android  แล้วทำการวาง (paste )  url ยาวๆ  
ในช่อง 
“Paste your long URL here:”  แล้วคลิกที่ไอคอนลิงค์ (รูปโซ่) ตามลูกศรชี้สีแดงดังรูปบน
ก็จะได้ชื่อ URL ใหม่ แบบสั้นๆจาก goo.gl  เรียบร้อยดังรูป พร้อมสามารถ copy และ paste หรือจะแชร์ผ่านทางแอพอื่นได้เลย
ทั้งนี้ตอนเปิดแอพ จะเข้า sign in เข้ากับบัญชี google account ของคุณด้วย
และสามารถเช็คจำนวนคลิกหลังจากที่คุณได้แชร์ลิงค์ url สั้นๆ แล้ว ผ่านทางแอพ Google URL Shortener บนมือถือ Android ได้ทันที
วิธีการย่อ url ให้สั้นก่อนแชร์ขึ้น social network นี้ ซึ่งจะได้ข้อมูลจำนวนคลิกด้วยนั้น มีประโยชน์ต่อผู้ที่ทำเว็บไซต์
และนักการตลาดด้วย
ข้อมูลจาก cnet

Wednesday, October 28, 2015

บทที่ 1 คำศัพท์

1.Kind of information = ประเภทของระบบสารสนเทศ
2.Strategic level system = ระบบสารสนเทศสำหรับผู้กำหนดกลยุทธ์
3.Management level system = ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร
4.Operational level system = ระบบปฏิบัติการสารสนเทศ
5.Senior Managers = ผู้จัดการระดับสูง
6.Middle Managers = ผู้จัดการระดับกลาง
7.Operational Managers = ผู้จัดการปฏิบัติการ
8.Manufacturing and Production = ฝ่ายการผลิตและผลิตภัณฑ์
9.Executive Support System (ESS) = ระบบสนับสนุนผู้บริหารระดับสูง
10 .Management Information System (MIS) = ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

บทที่1 เรื่องที่ 1 หน้าที่ของฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออะไร ภายในมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

หน้าที่ของฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออะไร ภายในมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง ที่เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลระบบปฏิบัติการณ์ต่างๆ ที่ใช้ขับเคลื่อนคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ หรือข้อมูลในรูปแบบของโปรแกรมประยุกต์ หรือแฟ้มงานต่างๆ ล้วนถูกเก็บรักษาเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์นี่เอง ดังนั้นจึงบอกได้เลยว่า ฮาร์ดดิสก์ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งเลยทีเดียวก็ว่าได้ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คงต้องเทียบว่า ฮาร์ดดิสก์คือสมองส่วนความทรงจำของคอมพิวเตอร์นั่นเอง สำหรับวันนี้เราจะพาไปดูการทำงานและส่วนประกอบของฮาร์ดดิสก์กัน

1.    หัวอ่าน (Head) เป็นส่วนหนึ่งของแขนหัวอ่าน ซึ่งเจ้าหัวอ่านตัวนี้สร้างจากขดลวด เพื่อใช้อ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก โดยการรับคำสั่งจากตัวคอนโทรลเลอร์ ก่อนเกิดความเหนี่ยวนำทางแม่เหล็ก และไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสนามแม่เหล็ก และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั่นเอง
2.    แขนหัวอ่าน (Actuator Arm) มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กยาวๆ ซึ่งสามารถรับคำสั่งจากวงจรให้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก โดยต้องทำงานร่วมกับหัวอ่าน
3.    จานแม่เหล็ก (Platters) มีลักษณะเป็นจานกลมๆ เคลือบด้วยสารแม่เหล็กวางซ้อนกันหลายๆ ชั้นขึ้นอยู่กับความจุ เจ้าสารแม่เหล็กที่เองที่เป็นข้อมูลต่างๆ ของเรา โดยข้อมูลนั้นจะถูกบันทึกในลักษณะของเลข 0 และ 1 แผ่นแม่เหล็กนั้นติดกับมอเตอร์สำหรับหมุน (Spindle Motor) และสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน
4.    มอเตอร์หมุนแผ่นแม่เหล็ก (Spindle Motor) เป็นตัวควบคุมจานแม่เหล็กให้หมุนไปยังตำแหน่งที่ต้องการเพื่อบันทึก หรือแก้ไขข้อมูล ปกติมักมีความเร็วในการหมุนประมาณ 7200 รอบต่อนาที แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมทำให้ตัวมอเตอร์มาสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 1 หมื่นรอบต่อนาที
5.    เคส (Case) หรือตัวกล่องสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นที่บรรจุส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการทำงานของฮาร์ดดิสก์
ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์สามารถแบ่งออกเป็นสี่ชนิดคือ
1.    IDE เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีการใช้เทคโนโลยีแบบเก่าคือจะมีขั้วต่อกับสายแพที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้แค่ 8.3 เม็กกะไบต์ต่อวินาทีเท่านั้น
2.    SATA เป็นมาตรฐานฮาร์ดดิสก์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันสามารถส่งผ่านข้อมูลได้มากถึง 150 เม็กกะไบต์ต่อวินาที
3.    E-IDE เป็นฮาร์ดดิสก์ที่พัฒนามาจาก IDE มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลได้ประมาณ 133 เม็กกะไบต์ต่อวินาที
4.    SCSI เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลราวๆ 320 เม็กกะไบต์ต่อวินาทีและมีความเร็วรอบในการหมุนจานประมาณ 1 หมื่นรอบต่อนาที นิยมใช้กันทั่วไปสำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ภายในองค์กร

ฮาร์ดดิสก์นั้นเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของระบบทั้งระบบ ดังนั้นผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องดูแล และถนอมการใช้งานของฮาร์ดดิสก์เอาไว้ให้ดี ทั้งนี้เพราะเมื่อฮาร์ดดิสก์เกิดพังหรือเสียหายขึ้นมา ข้อมูลของเราก็จะพลอยสูญหายไปด้วยเช่นเดียวกันนั่นเอง

บทที่ 1 เรื่องที่ 1 หน้าที่ของฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออะไร ภายในมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

หน้าที่ของฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออะไร ภายในมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) คืออุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง ที่เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลระบบปฏิบัติการณ์ต่างๆ ที่ใช้ขับเคลื่อนคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นๆ หรือข้อมูลในรูปแบบของโปรแกรมประยุกต์ หรือแฟ้มงานต่างๆ ล้วนถูกเก็บรักษาเอาไว้ในฮาร์ดดิสก์นี่เอง ดังนั้นจึงบอกได้เลยว่า ฮาร์ดดิสก์ เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นและสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งเลยทีเดียวก็ว่าได้ ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็คงต้องเทียบว่า ฮาร์ดดิสก์คือสมองส่วนความทรงจำของคอมพิวเตอร์นั่นเอง สำหรับวันนี้เราจะพาไปดูการทำงานและส่วนประกอบของฮาร์ดดิสก์กัน

1.    หัวอ่าน (Head) เป็นส่วนหนึ่งของแขนหัวอ่าน ซึ่งเจ้าหัวอ่านตัวนี้สร้างจากขดลวด เพื่อใช้อ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก โดยการรับคำสั่งจากตัวคอนโทรลเลอร์ ก่อนเกิดความเหนี่ยวนำทางแม่เหล็ก และไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสนามแม่เหล็ก และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั่นเอง
2.    แขนหัวอ่าน (Actuator Arm) มีลักษณะเป็นแท่งเหล็กยาวๆ ซึ่งสามารถรับคำสั่งจากวงจรให้เลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนแผ่นแม่เหล็ก โดยต้องทำงานร่วมกับหัวอ่าน
3.    จานแม่เหล็ก (Platters) มีลักษณะเป็นจานกลมๆ เคลือบด้วยสารแม่เหล็กวางซ้อนกันหลายๆ ชั้นขึ้นอยู่กับความจุ เจ้าสารแม่เหล็กที่เองที่เป็นข้อมูลต่างๆ ของเรา โดยข้อมูลนั้นจะถูกบันทึกในลักษณะของเลข 0 และ 1 แผ่นแม่เหล็กนั้นติดกับมอเตอร์สำหรับหมุน (Spindle Motor) และสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน
4.    มอเตอร์หมุนแผ่นแม่เหล็ก (Spindle Motor) เป็นตัวควบคุมจานแม่เหล็กให้หมุนไปยังตำแหน่งที่ต้องการเพื่อบันทึก หรือแก้ไขข้อมูล ปกติมักมีความเร็วในการหมุนประมาณ 7200 รอบต่อนาที แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมทำให้ตัวมอเตอร์มาสามารถเพิ่มความเร็วได้ถึง 1 หมื่นรอบต่อนาที
5.    เคส (Case) หรือตัวกล่องสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นที่บรรจุส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการทำงานของฮาร์ดดิสก์
ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์สามารถแบ่งออกเป็นสี่ชนิดคือ
1.    IDE เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีการใช้เทคโนโลยีแบบเก่าคือจะมีขั้วต่อกับสายแพที่สามารถส่งผ่านข้อมูลได้แค่ 8.3 เม็กกะไบต์ต่อวินาทีเท่านั้น
2.    SATA เป็นมาตรฐานฮาร์ดดิสก์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันสามารถส่งผ่านข้อมูลได้มากถึง 150 เม็กกะไบต์ต่อวินาที
3.    E-IDE เป็นฮาร์ดดิสก์ที่พัฒนามาจาก IDE มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลได้ประมาณ 133 เม็กกะไบต์ต่อวินาที
4.    SCSI เป็นฮาร์ดดิสก์ที่มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลราวๆ 320 เม็กกะไบต์ต่อวินาทีและมีความเร็วรอบในการหมุนจานประมาณ 1 หมื่นรอบต่อนาที นิยมใช้กันทั่วไปสำหรับคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ภายในองค์กร
ฮาร์ดดิสก์นั้นเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อการทำงานของระบบทั้งระบบ ดังนั้นผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องดูแล และถนอมการใช้งานของฮาร์ดดิสก์เอาไว้ให้ดี ทั้งนี้เพราะเมื่อฮาร์ดดิสก์เกิดพังหรือเสียหายขึ้นมา ข้อมูลของเราก็จะพลอยสูญหายไปด้วยเช่นเดียวกันนั่นเอ